![]() |
| ภารกิจ | | กฎหมายทางทะเล | | โครงการศึกษาวิจัย | | เอกสารเผยแพร่ | | รู้จักเรา | 22/03/2547 16:25 |
|
|
![]() |
| Home โครงการศึกษาวิจัย |
โครงการการเสริมสร้างศักยภาพการจัดการน้ำเสียจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก Project: Enhancement of the mangement potential of aquaculture pond 's effluent inthe eastern seaboard. ความเป็นมาของโครงการ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการระบายน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำลงสู่แหล่งน้ำ เช่น ชายฝั่งทะเลและปากแม่น้ำ จนเป็นเหตุให้แหล่งน้ำเสื่อมโทรมและกำลังผลิตของทรัพยากรสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจลดลง ในปี 2543 ประเทศไทยมีพื้นที่เลี้ยงกุ้งรวมทั้งสิ้น 505,000 ไร่ โดยมีพื้นที่เพาะเลี้ยงอยู่ในลุ่มน้ำบางปะกงประมาณ 94,711 ไร่ ดังนั้น เพื่อป้องกันมิให้กิจกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลในบริเวณนี้ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำของแม่น้ำบางปะกงและคุณภาพน้ำทะเล จึงจำเป็นต้องมีการจัดการน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้คุณภาพน้ำทิ้งเป็นไปตามมาตรฐานน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งของกรมควบคุมมลพิษ และได้กำหนดให้พื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลในเขตลุ่มน้ำบางปะกงเป็นเขตปฏิบัติงานของโครงการผลการดำเนินงาน
จากข้อมูลการสำรวจคุณภาพน้ำทิ้งจากฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำในเขตพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกพบว่า 6.25% มีปัญหาค่าความเป็นกรด-ด่างสูงกว่าค่ามาตรฐาน (6.5-9.0) และ 93.75% อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนค่าบีโอดีเมื่อเทียบกับค่ามาตรฐาน (20mg/L) พบว่า 71.9% มีค่าบีโอดีต่ำกว่ามาตรฐาน และ28.1% สูงกว่ามาตรฐาน ส่วนค่าไฮโดรเจนซัลไฟด์เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐาน (0.01mg/l) พบว่า 75% มีค่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานและ 25% อยู่ในระดับมาตรฐาน ปริมาณแอมโมเนียเมื่อเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐาน (1.1 mgNH3-N) พบว่ามี 62.5%อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอีก 37.5% เกินเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนปริมาณไนโตรเจนรวมที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (4.0 mgNH3-N) มีเพียง 12.5% และ 87.5% ที่มีเกินเกณฑ์มาตรฐาน ส่วนปริมาณ Total Phosphorus ที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน 34.4% และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (0.4 mgNH3-N) 65.6% นอกจากนี้จากการศึกษาพบว่าระดับความเข้มข้นของน้ำทิ้งจะอยู่ในช่วง 0-3 ppt และ 68.75% ที่ปล่อยน้ำทิ้งสู่บ่อพักน้ำ ส่วน 31.25%ปล่อยน้ำทิ้งออกนอกฟาร์ม ปัญหาการเลี้ยงกุ้งโดยทั่วไปอาจเกิดจากการกำหนดอัตราการปล่อยกุ้งที่ไม่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ระบบที่ใช้เลี้ยงและผลผลิตที่ระบบสามารถผลิตได้ ซึ่งระบบการเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นระบบปิด เป็นระบบที่ทำให้เกิดการสะสมสารมลพิษในระดับสูง ปัญหาหลักจึงน่าจะเป็นระบบการจัดการบ่อในช่วงการเลี้ยง แต่ในส่วนของการจัดการน้ำทิ้งนั้นพบว่าเกษตรกรส่วนใหญ่มีความระมัดระวังเกี่ยวกับการปล่อยน้ำทิ้ง ซึ่งอาจมาจากการที่เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของการปล่อยน้ำทิ้งที่จะมีต่อแหล่งน้ำและสภาพแวดล้อม ถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรให้หันมาบำบัดน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงกุ้งให้เข้าสู่มาตรฐานน้ำทิ้งก่อนระบายออกสู่แหล่งน้ำ
การจัดการเกี่ยวกับการจัดการการเลี้ยง ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องควรดำเนินการเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับระบบการเลี้ยงที่ถูกต้องรวมทั้งวิธีการจัดการพื้นบ่อในช่วงการเลี้ยง อัตราการปล่อยกุ้งที่เหมาะสมของแต่ละระบบการเลี้ยง วิธีการประเมินการให้อาหารและเลือกใช้อาหารที่มีคุณภาพตลอดจนส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงในระบบ code of conduct มากขึ้น การจัดการเกี่ยวกับน้ำทิ้ง ควรเร่งเผยแพร่ข้อมูลให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณภาพน้ำทิ้งที่จะมีผลต่อสภาพแวดล้อมพร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ ที่ได้มีการจัดทำขึ้นมา เช่น หนังสือคู่มือการบำบัดน้ำทิ้ง และการจัดการการเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ทั้งนี้ได้มีการจัดสัมนาเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในการจัดการน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งขึ้น 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 จัดขึ้น ณ จังหวัดจันทบุรี และครั้งที่ 2 จัดขึ้น ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งจากการจัดสัมนาทั้งสองครั้ง เกษตรกรมีความตื่นตัวและความเข้าใจถึงความสำคัญของการบำบัดน้ำทิ้งมากขึ้น และยอมรับที่จะนำระบบบำบัดน้ำทิ้งไปปรับใช้กับระบบการเลี้ยงในฟาร์ม นอกจาการดำเนินการด้านดังกล่าวแล้ว ยังได้มีการจัดทำบ่อสาธิตเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียด้วย นอกจากนี้ส่วนราชการควรเร่งให้มีการบังคับใช้มาตรฐานน้ำทิ้งและศึกษาหาสาเหตุที่เกษตรกรบางรายไม่ดำเนินการจัดทำระบบบำบัด เพื่อหามาตรการแก้ไขและเร่งส่งเสริมให้มีการเลี้ยงในระบบปิดมากขึ้นต่อไป
|