หลักการและเหตุผล
พื้นที่ศึกษาครอบคลุม
8
จังหวัดในภาคตะวันออก
คือ
จังหวัดฉะเชิงเทรา
ปราจีนบุรี
นครนายก
สระแก้ว
ชลบุรี
ระยอง
จันทบุรี
และตราด
มีเนื้อที่ประมาณ
36,300
ตารางกิโลเมตร
ซึ่งประกอบด้วยแม่น้ำสายหลัก
9 สาย คือ
แม่น้ำบางปะกง
แม่น้ำปราจีนบุรี
แม่น้ำนครนายก
แม่น้ำระยอง
แม่น้ำประแสร์
แม่น้ำพังราด
แม่น้ำจันทบุรี
แม่น้ำเวฬุ
แม่น้ำตราด
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
- พัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
(GIS)
ในส่วนของข้อมูลคุณภาพน้ำในแม่น้ำ
และแหล่งกำเนิดมลพิษในภาคตะวันออก
ทั้งนี้จะสามารถเพิ่มเติมข้อมูลได้ต่อไปอีกในอนาคต
- พัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับคุณภาพน้ำ
เพื่อทำนายคุณภาพน้ำในแม่น้ำภายใต้สถานการณ์
ต่าง ๆ
และแนวทางในการจัดการน้ำเสีย
- จัดเตรียมแผนปฏิบัติการสำหรับปรับปรุงคุณภาพน้ำและแผนการจัดการน้ำเสียในชุมชน
ตลอดจนน้ำเสียจากแหล่งอื่น
ศึกษากฎหมายและข้อบังคับที่สามารถนำมาใช้
และปรับปรุงรูปแบบองค์กรที่เกี่ยวข้อง
เพื่อที่จะสนับสนุนให้แผนปฏิบัติการมีประสิทธิภาพ
ผลที่ได้รับจากโครงการ
- สถานการณ์คุณภาพน้ำของลุ่มน้ำภาคตะวันออกในแม่น้ำสายต่าง
ๆ
และแนวโน้มของความเสื่อมโทรมในอนาคต
ควรมีระบบการจัดการน้ำเสีย
และแนวทางการแก้ไขปรับปรุงคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ
ซึ่งจากการศึกษาของโครงการ
พบว่า
ในแม่น้ำสายหลักที่ศึกษาทั้งหมดมีค่า
DO
ค่อนข้างต่ำ
และมี BOD
ค่อนข้างสูง
แต่ยังจัดว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแหล่งน้ำผิวดิน
โดยแม่น้ำบางปะกงจัดอยู่ในเกณฑ์ประเภทที่
4,
แม่น้ำปราจีนบุรี,
แม่น้ำนครนายก,
แม่น้ำระยอง
จัดอยู่ในเกณฑ์ประเภทที่
3 และแม่น้ำประแสร์
แม่น้ำพังราด
แม่น้ำจันทบุรี
แม่น้ำเวฬุ
และแม่น้ำตราด
อยู่ในเกณฑ์ประเภทที่
2 ในส่วนของ
ลุ่มน้ำบางปะกง
ลุ่มน้ำนครนายก
และลุ่มน้ำปราจีนบุรี
เป็นแหล่งชุมชนมีกิจกรรมทางการเกษตร
เช่น
ฟาร์มปศุสัตว์
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
นิคมอุตสาหกรรม
พบว่าจากกิจกรรมต่าง
ๆ
เหล่านี้เป็นแหล่งที่มาของการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ
ทั้งของเสียและสารเคมีต่าง
ๆ
ซึ่งได้มาจากชุมชน
และเกษตรกรรมเป็นส่วนมาก
และจากการประเมิน
BOD
จากน้ำเสียอุตสาหกรรมโดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์พบว่าปัญหาจะมีความรุนแรงมากขึ้น
ซึ่งคาดการณ์ได้ว่าแหล่งน้ำจะมีแนวโน้มที่จะเสื่อมโทรมลง
ตามอัตราการขยายตัวของชุมชน
เกษตรกรรม
และอุตสาหกรรมในอนาคต
- แบบจำลองทางคณิตศาสตร์
(Mathematical Model) MIKE 11
ได้นำมาใช้เพื่อประเมินและทำนาย
คุณภาพน้ำ
โดยได้พิจารณาการไหลของน้ำในลำน้ำที่มีลักษณะเป็นทิศทางเดียว
(One Dimension) ได้แก่
ระบบลุ่มน้ำบางปะกง
ลุ่มน้ำปราจีนบุรี
ลุ่มน้ำนครนายก
ลุ่มน้ำระยอง
ลุ่มน้ำจันทบุรี
ลุ่มน้ำตราด
ซึ่งแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ใช้ทำนายคุณภาพน้ำในอีก
20
ปีข้างหน้า
โดยการศึกษาคุณภาพน้ำในปัจจุบัน
และประเมินจากปริมาณความสกปรกที่ถ่ายทิ้งลงสู่ลำน้ำที่คาดว่าจะเกิดจากกิจกรรมต่าง
ๆ ในอนาคต
ซึ่งเมื่อทำนายคุณภาพน้ำในปีต่าง
ๆ
และบนพื้นฐานของแนวทางจัดการคุณภาพน้ำที่แตกต่างกัน
แล้วจึงคัดเลือกแนวทางที่เหมาะสมต่อการฟื้นฟูคุณภาพน้ำในปีต่างๆ
เพื่อสรุปเป็นแผนหลักเพื่อฟื้นฟูคุณภาพน้ำในแต่ละลุ่มน้ำและทางเลือกที่เหมาะสมต่อไป
และจากการศึกษานี้
พบว่ารูปแบบการทำนายคุณภาพน้ำที่ได้
ชี้ให้เห็นว่าปัญหาที่พบในลุ่มน้ำที่ได้ทำการศึกษาในครั้งนี้จะรุนแรงในช่วงฤดูแล้ง
- แผนหลักและแผนปฏิบัติการฟื้นฟูคุณภาพน้ำ
เน้นความสำคัญของการจัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย
ซึ่งการ
จัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสียต้องอาศัยการลงทุน
และการจัดการที่เหมาะสมกับพื้นที่เร่งด่วน
จึงจัดทำแผนเป็น
2 ช่วง คือ
แผนระยะสั้น
มีวัตถุประสงค์ของแผนงานในช่วง
5 ปี ได้แก่
การจัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน
การกำหนดแนวทางเพื่อป้องกันมลพิษจากการเกษตรและการเพาะเลี้ยงชายฝั่งและแนวทางการควบคุมสำหรับพื้นที่วิกฤต
การจัดทำนโยบายและแผนงานการติดตามตรวจสอบและควบคุมน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรม
การประสานงานกับหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมและลงทุนเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสีย
ทั้งการก่อสร้าง
การดำเนินงาน
และการบำรุงรักษา
ส่วนแผนระยะยาว
มีวัตถุประสงค์ของแผนงานต่อเนื่องกับแผนระยะสั้น
โดยส่งเสริมโครงการที่ได้ดำเนินการแล้ว
และดำเนินโครงการในระยะที่
2 ต่อไป
ส่งเสริมให้มีการควบคุมและลดมลพิษจากเกษตรกรรม
ป้องกันมลพิษจากการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง
จากแนวทางที่ได้จากแบบจำลองคุณภาพน้ำ
ส่งเสริมนโยบายและแผนงานการติดตามตรวจสอบและควบคุมน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรม
กำหนดมาตรฐานในการออกแบบและเงื่อนไข
วิธีการดำเนินการ
และการบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน
และการบำบัดน้ำเสียในชุมชนขนาดเล็ก
ในช่วงของแผนงานเสนอให้มีการลงทุนจัดสร้างระบบระบาย
รวบรวมและบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ที่มีความสำคัญเร่งด่วน
12 แห่ง
โดยกำหนดช่วงเวลาตามแผนได้แบ่งเป็น
3 ช่วง
ตามผลการศึกษาคาดการณ์คุณภาพน้ำช่วงละ
5 ปี จากปี พ.ศ.
2542-2561 ดังนี้
3.1)
แผนการดำเนินการระยะที่
1 ระหว่างปี
พ.ศ. 2542-2546
มีเทศบาลที่ต้องดำเนินการทั้งหมด
7 เทศบาล
ได้แก่
สุขาภิบาลบางปะกง
เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา
เทศบาลเมืองปราณบุรี
เทศบาลเมืองสระแก้ว
เทศบาลตำบลอรัญประเทศ
เทศบาลเมืองนครนายก
เทศบาลเมืองจันทบุรี
ใช้งบประมาณ
258.42 ล้านบาท
3.2)
แผนการดำเนินการระยะที่
2 ระหว่างปี
พ.ศ. 2547-2551
มีเทศบาลที่ต้องดำเนินการทั้งหมด
9 เทศบาล
ได้แก่
สุขาภิบาลบางปะกง
เทศบาลเมืองปราณบุรี
เทศบาลเมืองสระแก้ว
เทศบาลตำบล
อรัญประเทศ
เทศบาลเมืองนครนายก
เทศบาลเมืองจันทบุรี
เทศบาลตำบลท่าใหม่
สุขาภิบาล
ท่าช้าง
เทศบาลเมืองระยอง
ใช้งบประมาณ
439.50 ล้านบาท
3.3)
แผนการดำเนินการระยะที่
3 ระหว่างปี
พ.ศ. 2552-2561
มีเทศบาลที่ต้องดำเนินการทั้งหมด
6 เทศบาล
ได้แก่
เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา
เทศบาลตำบลท่าใหม่
สุขาภิบาลท่าช้าง
เทศบาลเมืองระยอง
เทศบาลเมืองตราด
และเทศบาลเมืองขลุง
ใช้งบประมาณ
909.72 ล้านบาท
- การจัดการด้านองค์กรและกฎหมาย
สภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไข
องค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการ
จัดการคุณภาพน้ำตามเกณฑ์มาตรฐานต่าง
ๆ
มีเพียงพอแล้ว
หากได้มีการทำงานประสานกันในรูปของการทำความตกลงร่วมมือกัน
หรือจัดตั้งคณะกรรมการในการดำเนินการในระดับนโยบายร่วมกัน
เพื่อการปฏิบัติงานได้นำนโยบายไปดำเนินการอย่างไม่ซ้ำซ้อน
ในส่วนของปัญหาและแนวทางแก้ไขมาตรการและกฎหมาย
บทบาทขององค์กรต่าง
ๆ อาจ
ขัดข้อง
จึงต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปในทางปฏิบัติให้ชัดเจน
และไม่มีความซ้ำกันของงานและหน้าที่
|