ภารกิจ | กฎหมายทางทะเล | โครงการศึกษาวิจัย | เอกสารเผยแพร่ | รู้จักเรา 20/02/2546 08:56
 

หน้าหลัก
โครงการศึกษาวิจัย 
 

โครงการจัดทำแผนที่ปฏิบัติการฟื้นฟูคุณภาพแหล่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคตะวันออก

หลักการและเหตุผล

พื้นที่ศึกษาครอบคลุม 8 จังหวัดในภาคตะวันออก คือ จังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด มีเนื้อที่ประมาณ 36,300 ตารางกิโลเมตร ซึ่งประกอบด้วยแม่น้ำสายหลัก 9 สาย คือ แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำนครนายก แม่น้ำระยอง แม่น้ำประแสร์ แม่น้ำพังราด แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำเวฬุ แม่น้ำตราด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

  1. พัฒนาระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ในส่วนของข้อมูลคุณภาพน้ำในแม่น้ำ และแหล่งกำเนิดมลพิษในภาคตะวันออก ทั้งนี้จะสามารถเพิ่มเติมข้อมูลได้ต่อไปอีกในอนาคต
  2. พัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับคุณภาพน้ำ เพื่อทำนายคุณภาพน้ำในแม่น้ำภายใต้สถานการณ์ ต่าง ๆ และแนวทางในการจัดการน้ำเสีย
  3. จัดเตรียมแผนปฏิบัติการสำหรับปรับปรุงคุณภาพน้ำและแผนการจัดการน้ำเสียในชุมชน ตลอดจนน้ำเสียจากแหล่งอื่น ศึกษากฎหมายและข้อบังคับที่สามารถนำมาใช้ และปรับปรุงรูปแบบองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะสนับสนุนให้แผนปฏิบัติการมีประสิทธิภาพ

ผลที่ได้รับจากโครงการ

  1. สถานการณ์คุณภาพน้ำของลุ่มน้ำภาคตะวันออกในแม่น้ำสายต่าง ๆ และแนวโน้มของความเสื่อมโทรมในอนาคต ควรมีระบบการจัดการน้ำเสีย และแนวทางการแก้ไขปรับปรุงคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ ซึ่งจากการศึกษาของโครงการ พบว่า ในแม่น้ำสายหลักที่ศึกษาทั้งหมดมีค่า DO ค่อนข้างต่ำ และมี BOD ค่อนข้างสูง แต่ยังจัดว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแหล่งน้ำผิวดิน โดยแม่น้ำบางปะกงจัดอยู่ในเกณฑ์ประเภทที่ 4, แม่น้ำปราจีนบุรี, แม่น้ำนครนายก, แม่น้ำระยอง จัดอยู่ในเกณฑ์ประเภทที่ 3 และแม่น้ำประแสร์ แม่น้ำพังราด แม่น้ำจันทบุรี แม่น้ำเวฬุ และแม่น้ำตราด อยู่ในเกณฑ์ประเภทที่ 2 ในส่วนของ ลุ่มน้ำบางปะกง ลุ่มน้ำนครนายก และลุ่มน้ำปราจีนบุรี เป็นแหล่งชุมชนมีกิจกรรมทางการเกษตร เช่น ฟาร์มปศุสัตว์ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นิคมอุตสาหกรรม พบว่าจากกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้เป็นแหล่งที่มาของการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ ทั้งของเสียและสารเคมีต่าง ๆ ซึ่งได้มาจากชุมชน และเกษตรกรรมเป็นส่วนมาก และจากการประเมิน BOD จากน้ำเสียอุตสาหกรรมโดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์พบว่าปัญหาจะมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งคาดการณ์ได้ว่าแหล่งน้ำจะมีแนวโน้มที่จะเสื่อมโทรมลง ตามอัตราการขยายตัวของชุมชน เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมในอนาคต
  2. แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ (Mathematical Model) MIKE 11 ได้นำมาใช้เพื่อประเมินและทำนาย คุณภาพน้ำ โดยได้พิจารณาการไหลของน้ำในลำน้ำที่มีลักษณะเป็นทิศทางเดียว (One Dimension) ได้แก่ ระบบลุ่มน้ำบางปะกง ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ลุ่มน้ำนครนายก ลุ่มน้ำระยอง ลุ่มน้ำจันทบุรี ลุ่มน้ำตราด ซึ่งแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ใช้ทำนายคุณภาพน้ำในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยการศึกษาคุณภาพน้ำในปัจจุบัน และประเมินจากปริมาณความสกปรกที่ถ่ายทิ้งลงสู่ลำน้ำที่คาดว่าจะเกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ในอนาคต ซึ่งเมื่อทำนายคุณภาพน้ำในปีต่าง ๆ และบนพื้นฐานของแนวทางจัดการคุณภาพน้ำที่แตกต่างกัน แล้วจึงคัดเลือกแนวทางที่เหมาะสมต่อการฟื้นฟูคุณภาพน้ำในปีต่างๆ เพื่อสรุปเป็นแผนหลักเพื่อฟื้นฟูคุณภาพน้ำในแต่ละลุ่มน้ำและทางเลือกที่เหมาะสมต่อไป และจากการศึกษานี้ พบว่ารูปแบบการทำนายคุณภาพน้ำที่ได้ ชี้ให้เห็นว่าปัญหาที่พบในลุ่มน้ำที่ได้ทำการศึกษาในครั้งนี้จะรุนแรงในช่วงฤดูแล้ง
  3. แผนหลักและแผนปฏิบัติการฟื้นฟูคุณภาพน้ำ เน้นความสำคัญของการจัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งการ จัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสียต้องอาศัยการลงทุน และการจัดการที่เหมาะสมกับพื้นที่เร่งด่วน จึงจัดทำแผนเป็น 2 ช่วง คือ แผนระยะสั้น มีวัตถุประสงค์ของแผนงานในช่วง 5 ปี ได้แก่ การจัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน การกำหนดแนวทางเพื่อป้องกันมลพิษจากการเกษตรและการเพาะเลี้ยงชายฝั่งและแนวทางการควบคุมสำหรับพื้นที่วิกฤต การจัดทำนโยบายและแผนงานการติดตามตรวจสอบและควบคุมน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรม การประสานงานกับหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมและลงทุนเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสีย ทั้งการก่อสร้าง การดำเนินงาน และการบำรุงรักษา ส่วนแผนระยะยาว มีวัตถุประสงค์ของแผนงานต่อเนื่องกับแผนระยะสั้น โดยส่งเสริมโครงการที่ได้ดำเนินการแล้ว และดำเนินโครงการในระยะที่ 2 ต่อไป ส่งเสริมให้มีการควบคุมและลดมลพิษจากเกษตรกรรม ป้องกันมลพิษจากการเพาะเลี้ยงชายฝั่ง จากแนวทางที่ได้จากแบบจำลองคุณภาพน้ำ ส่งเสริมนโยบายและแผนงานการติดตามตรวจสอบและควบคุมน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรม กำหนดมาตรฐานในการออกแบบและเงื่อนไข วิธีการดำเนินการ และการบำรุงรักษาระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน และการบำบัดน้ำเสียในชุมชนขนาดเล็ก
    ในช่วงของแผนงานเสนอให้มีการลงทุนจัดสร้างระบบระบาย รวบรวมและบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ที่มีความสำคัญเร่งด่วน 12 แห่ง โดยกำหนดช่วงเวลาตามแผนได้แบ่งเป็น 3 ช่วง ตามผลการศึกษาคาดการณ์คุณภาพน้ำช่วงละ 5 ปี จากปี พ.ศ. 2542-2561 ดังนี้

    3.1) แผนการดำเนินการระยะที่ 1 ระหว่างปี พ.ศ. 2542-2546 มีเทศบาลที่ต้องดำเนินการทั้งหมด 7 เทศบาล ได้แก่ สุขาภิบาลบางปะกง เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา เทศบาลเมืองปราณบุรี เทศบาลเมืองสระแก้ว เทศบาลตำบลอรัญประเทศ เทศบาลเมืองนครนายก เทศบาลเมืองจันทบุรี ใช้งบประมาณ 258.42 ล้านบาท
    3.2) แผนการดำเนินการระยะที่ 2 ระหว่างปี พ.ศ. 2547-2551 มีเทศบาลที่ต้องดำเนินการทั้งหมด 9 เทศบาล ได้แก่ สุขาภิบาลบางปะกง เทศบาลเมืองปราณบุรี เทศบาลเมืองสระแก้ว เทศบาลตำบล อรัญประเทศ เทศบาลเมืองนครนายก เทศบาลเมืองจันทบุรี เทศบาลตำบลท่าใหม่ สุขาภิบาล ท่าช้าง เทศบาลเมืองระยอง ใช้งบประมาณ 439.50 ล้านบาท
    3.3) แผนการดำเนินการระยะที่ 3 ระหว่างปี พ.ศ. 2552-2561 มีเทศบาลที่ต้องดำเนินการทั้งหมด 6 เทศบาล ได้แก่ เทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา เทศบาลตำบลท่าใหม่ สุขาภิบาลท่าช้าง เทศบาลเมืองระยอง เทศบาลเมืองตราด และเทศบาลเมืองขลุง ใช้งบประมาณ 909.72 ล้านบาท

  4. การจัดการด้านองค์กรและกฎหมาย สภาพปัญหาและแนวทางการแก้ไข องค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้องในการ จัดการคุณภาพน้ำตามเกณฑ์มาตรฐานต่าง ๆ มีเพียงพอแล้ว หากได้มีการทำงานประสานกันในรูปของการทำความตกลงร่วมมือกัน หรือจัดตั้งคณะกรรมการในการดำเนินการในระดับนโยบายร่วมกัน เพื่อการปฏิบัติงานได้นำนโยบายไปดำเนินการอย่างไม่ซ้ำซ้อน ในส่วนของปัญหาและแนวทางแก้ไขมาตรการและกฎหมาย บทบาทขององค์กรต่าง ๆ อาจ ขัดข้อง จึงต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปในทางปฏิบัติให้ชัดเจน และไม่มีความซ้ำกันของงานและหน้าที่