ภารกิจ | กฎหมายทางทะเล | โครงการศึกษาวิจัย | เอกสารเผยแพร่ | รู้จักเรา  17/07/2546 16:32
 

HOME
โครงการศึกษาวิจัย
 

   รายงานโครงการเสริมสร้างศักยภาพความเข้าใจและเครือข่ายใน
การจัดการน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง

1.1ที่มาและความสำคัญของปัญหา
         
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงกุ้งทะเล ในปี 2544 ผลผลิตกุ้งทะเลมีมูลค่า 96,680 ล้านบาท ในขณะเดียวกันกิจกรรมการเพาะเลี้ยงเหล่านี้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการสะสมของของเสียที่เกิดจากการขับถ่ายและอาหารที่เหลือจากการกินที่อยู่ในรูปของตะกอนก้นบ่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะถูกปล่อยออกมาพร้อมการเปลี่ยนถ่ายน้ำทิ้งในช่วงระหว่างการเลี้ยงและระหว่างการจับ เมื่อน้ำทิ้งเหล่านี้ถูกระบายลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติจะก่อให้เกิดผลกระทบสภาพแวดล้อมและสัตว์น้ำทั้งทางตรงและทางอ้อม ผลกระทบทางตรงได้แก่ทำให้แหล่งรองรับน้ำทิ้งมีคุณภาพน้ำต่ำลง ซึ่งมวลสารของน้ำที่ปล่อยออกจากบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำจะมีค่าเฉลี่ย บีโอดี 18.2 มก./ล. ของแข็งแขวนลอย 216.3 มก./ล. ฟอสฟอรัสรวม 0.284 มก.ฟอสฟอรัส/ล. ไนไตรท์ ไนเตรต ไนโตรเจนรวมและแอมโมเนีย 0.329 , 0.044 , 5.471 และ 1.283 มก.ไนโตรเจน/ล. ตามลำดับ (กรมควบคุมมลพิษ,2545 ก) ทำให้สัตว์น้ำมีการเจริญเติบโตต่ำกว่าปกติ ส่วนผลกระทบทางอ้อมได้แก่การที่น้ำทิ้งมีปริมาณสารอินทรีย์สูง เป็นการเพิ่มธาตุอาหารให้กับแหล่งน้ำ ทำให้เกิดการเพิ่มจำนวนของแพลงก์ตอน ส่งผลให้มีการใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้นจนทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนได้

          พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นจำนวนมาก ทั้งการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดกุ้งทะเล หอย และปลาทะเล ในปี 2544 มีพื้นที่การเลี้ยงกุ้งกุลาดำทั้งหมดประมาณ 111,488.85 ไร่ (กรมควบคุมมลพิษ, 2545 ข) นอกจากนี้ยังพบว่าเป็นพื้นที่ที่มีการเพาะเลี้ยงปลาภายในร่องสวนมากที่สุดของประเทศ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก, 2543) การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงได้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีสภาพทางภูมิประเทศที่เหมาะสม และยังเป็นบริเวณที่มีน้ำทะเลขึ้น-ลงและรุกล้ำเข้าไปไกลมากที่สุดของประเทศ จึงทำให้คุณภาพน้ำในแม่น้ำบางปะกงมีการเปลี่ยนแปลงมาก โดยน้ำเค็มจะไหลย้อนไปตามแม่น้ำบางปะกงและแยกเข้าลำน้ำสาขาต่างๆ ดังนั้นจึงมีการก่อสร้างเขื่อนทดน้ำบางปะกงเพื่อป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าสู่พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงตอนบนเพื่อจัดหาแหล่งน้ำจืดสำหรับการบริโภค การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด และการเกษตรประเภทอื่นๆ ทั้งนี้เมื่อเขื่อนทดน้ำบางปะกงเปิดดำเนินการ จะทำให้ลักษณะของคุณภาพน้ำบริเวณแม่น้ำบางปะกงมีการเปลี่ยนแปลง และจากการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการก่อสร้างเขื่อนทดน้ำบางปะกง (กรมชลประทาน, 2535) พบว่า ผลของการสร้างเขื่อนจะทำให้ลำน้ำเปลี่ยนทิศทางและอัตราการไหลของน้ำลดลง ตั้งแต่บริเวณอำเภอบางคล้าลงไปจนถึงบริเวณเขื่อน ส่งผลให้มีการสะสมของสารอินทรีย์จำนวนมาก อีกทั้งยังลดความสามารถในการรองรับน้ำของแม่น้ำอีกด้วย โดยจะทำให้สารอินทรีย์ตกตะกอนและสะสมอยู่ที่เหนือเขื่อนและบริเวณคลองผันน้ำ การย่อยสลายของสารอินทรีย์ที่ตกตะกอนจะทำให้ค่าออกซิเจนละลายในน้ำลดลงและยังก่อให้เกิดการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจนซึ่งจะปล่อยก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) ในบางส่วนของแม่น้ำโดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งซึ่งมีน้ำน้อย เกิดเป็นสารอาหารที่เอื้อประโยชน์ต่อการขยายตัวอย่างรวดเร็วของแพลงค์ตอน หรือ eutrophication ซึ่งทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมลง

          ดังนั้น เพื่อลดผลกระทบอันอาจจะเกิดจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง กรมควบคุมมลพิษจึงได้ดำเนินโครงการเสริมสร้างศักยภาพ ความเข้าใจและเครือข่ายในการจัดการน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงขึ้น ซึ่งแบ่งเป็น 3 งาน ดังนี้
 1)งานประเมินปริมาณของเสียจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งหมดในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของลุ่มน้ำบางปะกง
2) งานเสริมสร้างเครือข่ายการตรวจสอบน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายแก่หน่วยงานท้องถิ่นให้สามารถดำเนินการตรวจวัดน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ รวมทั้งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่เกษตรกรในการจัดการระบบการเลี้ยงและการบำบัดน้ำทิ้งให้เป็นไปตามมาตรฐานน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
3)งานเสริมสร้างศักยภาพความเข้าใจในการจัดการน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อสร้างจิตสำนึกแก่เกษตรกรในการแก้ไขแม่น้ำบางปะกงโดยเผยแพร่สารคดีทางโทรทัศน์และโปสเตอร์

1.2 วัตถุประสงค์

1)เพื่อประเมินปริมาณของเสียจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำประเภทต่างๆ (Loading) ในน้ำทิ้งที่ระบายลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่เหนือเขื่อนและใต้เขื่อนทดน้ำบางปะกง เพื่อนำไปสู่การพิจารณาผลกระทบต่อคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำบางปะกง และหามาตรการในการป้องกันและบรรเทาความเสื่อมโทรม 

2)เพื่อสร้างเครือข่ายให้กับหน่วยงานและองค์กรท้องถิ่น ผู้นำเกษตรกร และเกษตรกรให้มีความสามารถในการเก็บตัวอย่างและตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อส่งวิเคราะห์ห้องปฏิบัติการได้อย่างถูกต้อง

3)เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความเข้าใจแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงให้ทำการเพาะเลี้ยงกุ้งในระบบปิดหรือระบบน้ำหมุนเวียน โดยผ่านสื่อประชาสัมพันธ์และสามารถจัดการน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีค่าเป็นไปตามมาตรฐานน้ำทิ้งจากบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

1.3 หน่วยงานดำเนินการ

ส่วนแหล่งน้ำทะเล สำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

1.4 พื้นที่ศึกษา

พื้นที่ศึกษาครอบคลุมพื้นที่ที่มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเขตลุ่มน้ำบางปะกง โดยเฉพาะบริเวณเหนือเขื่อนและใต้เขื่อนทดน้ำบางปะกง ได้แก่ บริเวณลุ่มน้ำนครนายก ลุ่มน้ำปราจีนสายหลัก ลุ่มน้ำคลองท่าลาด ลุ่มน้ำคลองหลวง ลุ่มน้ำบางปะกงสายหลักฝั่งซ้าย และลุ่มน้ำบางปะกงสายหลักฝั่งขวา ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี และชลบุรี

1.5 ผลการศึกษา
1.การประเมินผลกระทบจากกิจกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ(รายละเอียด)
2.งานเสริมสร้างเครือข่ายการตรวจสอบน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ(รายละเอียด)
3.งานเสริมสร้างศักยภาพความเข้าใจในการจัดการน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ(รายละเอียด)