|
จากการศึกษาปริมาณความสกปรกที่เกิดขึ้นและถ่ายทิ้งลงสู่ทะเลของแหล่งกำเนิดมลพิษ
ประเภทต่าง
ๆ
ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลได้ดำเนินการแบ่งพื้นที่ออกเป็นรายอำเภอ
แล้วจึงคำนวณปริมาณความสกปรกที่เกิดขึ้น
และถ่ายทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทต่าง
ๆ ได้แก่
ชุมชน, แพปลา,
อุตสาหกรรม,
ฟาร์มสุกร
และนากุ้ง
แล้วจึงรวมสรุปเป็นแต่ละจังหวัด
โดยคำนวณความสกปรกจากแหล่งกำเนิดประเภทต่าง
ๆ ในรูป บีโอดี
ไนโตรเจน
และฟอสฟอรัส
จากการนำเสนอข้อมูลทั้งหมดสรุปได้ว่าแหล่งกำเนิดน้ำเสียที่สำคัญที่สุดนั้น
มาจากแหล่งชุมชนเป็นหลัก
ซึ่งแบ่งออกได้เป็นน้ำเสียจากการถ่ายทิ้งของประชากร
และน้ำเสียจากกิจกรรมของชุมชน
โดยที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือจากแพปลา
สำหรับแหล่งอื่น
ๆ นั้น
น้ำเสียจากเกษตรกรรมควรพิจารณาจากกิจกรรมฟาร์มกุ้งและฟาร์มสุกร
ส่วนน้ำเสียจากอุตสาหกรรมยังไม่มีปัญหารุนแรงมากนักเมื่อเทียบกับน้ำเสียจากแหล่งอื่น
ๆ
แนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียจากชุมชน
สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งประการหนึ่งคือการจัดสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย
ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องอาศัยงบประมาณสูงเพื่อการศึกษา
ออกแบบ
และก่อสร้างระบบ
โดยการใช้วิธีการจัดลำดับความสำคัญเพื่อการลงทุนก่อสร้างที่มีประสิทธิภาพตามความจำเป็นก่อนหลัง
เพื่อความเหมาะสมต่อสภาพความรุนแรงของปัญหา
จากนั้นจึงเป็นการกำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการตามแผนระยะสั้น
ระยะกลาง
และระยะยาว
และจากการศึกษาแล้ว
ได้ชุมชนที่มีความสำคัญเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการสร้างระบบบำบัดน้ำเสียเป็นอันดับต้น
ๆ
มีจำนวนทั้งสิ้น
8 แห่ง ได้แก่
เมืองพัทยา
จ.ชลบุรี, ทต.มาบตาพุด
จ.ระยอง, ทม.กันตัง
จ.ตรัง, สิเกา
จ.ตรัง,
ย่านตาขาว จ.ตรัง,
ทม.ภูเก็ต จ.ภูเก็ต,
เกาะลันตาใหญ่
จ. กระบี่,
และกำแพง จ.สตูล
โดยมีบางชุมชนที่มีระบบบำบัดน้ำเสียแล้ว
อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง
และมีการศึกษา
ความเหมาะสมหรือออกแบบรายละเอียดไปก่อนแล้ว
ได้แก่
เมืองพัทยา,
ทต.มาบตาพุด,
และทม.
ภูเก็ต
ดังนั้น
สำหรับชุมชนที่ยังไม่มีการดำเนินการใด
ๆ
ควรจะเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว
สำหรับแหล่งกำเนิดน้ำเสียประเภทอื่นนอกเหนือจากชุมชน
แนวทางแก้ไขส่วนใหญ่เป็นการจัดการขนาดใหญ่
เช่น
ในระดับจังหวัด
หรือระดับภูมิภาค
โดยอาศัยแผนการสร้างจิตสำนึก
หรือการใช้มาตรการด้านกฎหมายที่มีอยู่มาควบคุมมลพิษที่เกิดขึ้น
แผนปฏิบัติการที่เกิดขึ้น
จะเป็นแผนการเฉพาะด้านเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากมลพิษในพื้นที่นั้น
ๆ
|